อย่าสนิทใจเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่กับ“เบาหวาน”

เบาหวาน เป็นที่รับรู้โดยทั่วๆ ไปว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานคือ พันธุกรรม ความอ้วน การไม่ออกกำลัง ความดันเลือดสูง ไขมันสูง เป็นต้น แต่ทราบหรือไม่ว่าผลร้ายที่สำคัญของเบาหวานคือ โรคแทรกที่ปรากฏข้างในอวัยวะต่างๆ ทั้งหัวใจ สมอง ตา ไต ปลายประสาท เท้า รวมทั้งการติดเชื้อที่ทำให้ผู้เจ็บป่วยเบาหวานหลายรายต้องเสียอวัยวะไป แนวทางพิจารณาสภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานว่าจะมีสภาพปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย เพลีย น้ำหนักลด เมื่อสงสัยว่าอยู่ข้างในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานควรเข้ารับการสำรวจวินิจฉัยจากหมอ สำหรับการเยียวยารักษานั้นแพทย์ต้องเก็บข้อมูลหลายอย่าง สำหรับประกอบการพิจารณาให้การเยียวยารักษาได้แก่

เบาหวาน เรียนรู้จากประวัติผู้เจ็บป่วยว่ามีโรคแทรกของเบาหวานหรือยัง เคยเยียวยารักษาเบาหวานมาก่อนหรือไม่ ประวัติโรคต่างๆ ประวัติเบาหวานข้างในครอบครัว รวมทั้งอุปนิสัยในการกินอาหาร การออกกำลัง พร้อมด้วยการตรวจร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหลอดเลือดพร้อมด้วยปลายประสาท นอกจากนั้นในสตรีต้องดูประวัติการตั้งท้องพร้อมด้วยการคลอดลูกด้วย การสำรวจทางห้องปฏิบัติหน้าที่ได้แก่ การสำรวจค่าน้ำตาลข้างในเลือดขณะอดอาหาร ค่าเฉลี่ยน้ำตาลข้างในเลือด ไขมันข้างในเลือด สำรวจหน้าที่ของไตพร้อมด้วยตับ พร้อมด้วยกรดยูริคข้างในเลือด การเอ็กซเรย์ปอด สำรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ สำรวจปัสสาวะ พร้อมด้วยปริมาณไข่ขาวระดับไมโครในปัสสาวะ

หมอจะประมาณว่าท่านเป็นเบาหวานประเภทไหน สมควรให้การเยียวยารักษาเช่นใด สำหรับตั้งแนวทางการเยียวยารักษาให้เหมาะสมกับอายุ พร้อมด้วยสภาพของผู้เจ็บป่วย รวมทั้งพิจารณาการเยียวยารักษาที่เหมาะสมกับวิถีการดำรงชีพ พร้อมทั้งให้ความรู้พร้อมด้วยคำแนะนำเรื่องเบาหวานพร้อมด้วยการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ตลอดจนการให้ขวัญกับผู้ที่ต้องเจอกับเบาหวาน วิธีการรักษาเบาหวานมี การควบคุมอาหาร หรือการเยียวยารักษาด้วยอาหาร การออกกำลัง พร้อมด้วยการใช้ยา แต่การเยียวยารักษาให้ได้ผลดีขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้ที่เป็น รวมทั้งการรักษาที่เป็นทีมรูปแบบสหสาขาวิชาชีพ การให้ความรู้พร้อมด้วยให้ขวัญเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแนวทางการเยียวยารักษาที่ดีที่สุด เบาหวาน

ประโยชน์จากการเยียวยารักษาเบาหวาน มิใช่แค่เพียงเยียวยารักษาสำหรับให้ปริมาณน้ำตาลข้างในเลือดปกติเท่านั้น การเยียวยารักษาจะมุ่งถึงเหตุอื่นๆได้แก่ การป้องกันสภาพแทรกซ้อนเฉียบพลันของเบาหวานเช่น น้ำตาลสูง หรือว่าต่ำจนเกินพอดี ลดการเกิดโรคแทรกเรื้อรังของเบาหวาน เช่น เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต ลดอัตราการบังเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ หรือสมองตีบ ทั้งนี้สำหรับให้คนที่เป็นเบาหวานดำรงชีพอยู่ในสังคมอย่างปกติสุข สิ่งกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับตัวคนที่เป็นเองว่ามีความเอาใจใส่จริงแค่ไหนที่จะรักษาเบาหวาน http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/

เบาหวาน ควรเช็คทุกๆ 3 เดือน ถ้าวัดได้น้อยกว่า 6.5% ถือว่าดี

เบาหวาน ในการติดตามผลการเยียวยารักษา นอกจากการสำรวจปัสสาวะแล้ว ควรนัดให้ผู้เจ็บป่วยเบาหวาน มาสำรวจเลือดเป็นบางครั้งบางคราว แม้ระดับน้ำตาลวัดได้ 80-120 ถือว่าควบคุมได้ดี ระหว่าง 121-140 ถือว่าพอใช้ พร้อมกับแม้เกิน 140 ถือว่าไม่ดี ต้องแก้ไขในราย ที่ระดับน้ำตาลขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอน หรือไม่ได้สำรวจระดับน้ำตาลภายในเลือดบ่อย ก็คงจะต้องสำรวจเลือดดูระดับน้ำตาลที่เกาะอยู่บนฮีโมโกลบินภายในเม็ดเลือดแดงที่เรียกว่า “ฮีโมโกลบิน เอ1ซี” (hemoglobin A1C) ซึ่งจะวัดระดับน้ำตาล เฉลี่ยย้อนหลังภายในช่วง 8-12 อาทิตย์ ถือว่าเป็นวิธีการวัดปริมาณตาลได้ถูกต้องแน่นอนควรสำรวจทุก ๆ 3 เดือนแม้วัดได้ต่ำกว่า 6.5% ถือว่าดี เบาหวาน

การควบคุมรวมทั้งลดความเสี่ยงโอกาสของโรคเบาหวาน

เบาหวาน หลักการสำคัญข้างในการดูแลผู้เจ็บป่วยเบาหวาน หมายถึงต้องพยายามคุมจำนวนน้ำตาลให้ได้ พร้อมกับลดการเกิดสภาวะสอดแทรกให้น้อยที่สุด มีการวิจัยพบว่าผู้เจ็บป่วยเบาหวาน จะบังเกิดอนุมูลอิสระข้างในร่างกายจำนวนมากกว่าปกติ เป็นเหตุให้เกิดการเสื่อมของเซลล์พร้อมกับอวัยวะต่างๆเร็วขึ้น จึงสมควรได้รับสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างเหมาะสม สำหรับช่วยป้องกันหรือว่าลดสภาวะอาการสอดแทรกจากเบาหวานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอลฟาไลโปอิค แอซิดที่มีการทดลองพบว่าช่วยลดสภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานได้เป็นอย่างดี เบาหวาน

เบาหวาน ขึ้นตาหมายถึงโรคเข้าแทรกที่มีพิษภัยอย่างหนึ่ง

เบาหวาน แผ่ขยายเข้าตา ข้างในอเมริกาพบราว 35-40% ข้างในไทยพบราว 20-25% พบต่ำกว่ามิใช่เป็นต่ำกว่า เป็นเพราะว่าการตรวจตรายังครอบคลุมไปไม่โดยตลอด หากมีการตรวจตรากันทั่วประเทศอาจได้ตัวเลขที่แน่นอนขึ้น การลงไปช่วยข้างในชุมชนพร้อมให้ความรู้ทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน ได้ตระหนักและระวังตัวมากขึ้น เบาหวาน ขึ้นตาเป็นโรคแทรกที่มีอันตรายอย่างหนึ่งของผู้ที่เป็น เบาหวาน

กินน้ำผึ้งเป็นประจำจะเป็นเบาหวานไหม

เบาหวาน ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่มีภาวะเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ไม่มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน ไม่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน ไขมันภายในเลือดสูง เส้นเลือดหัวใจ ไม่เป็นคนอ้วน พร้อมกับเป็นคนไม่ติดรสหวานภายในอาหารทุกลักษณะ การกินน้ำผึ้งแค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะแต่ละวัน ไม่มีโทษแก่ร่างกายแต่อย่างไร เพราะเช่นนั้นแล้ว ถ้าคุณจะชื่นชอบน้ำผึ้งเท่าใด กินมากเท่าใดก็ไม่มีปัญหา บางที่เขาเอาน้ำผึ้งรักษาเบาหวานด้วยซ้ำ การรักษาโรคเบาหวานในสมัยนี้ แพทย์มักให้กินยาหรือว่าฉีดฮอร์โมนอินซูลินเข้าร่างกาย แต่ในแนวทางธรรมชาติบำบัด เรามีแนวทางบรรเทาเบาหวานให้ความรุนแรงเบาลงลงได้ เบาหวาน

ผู้วิจัยเผยพฤติกรรมการบริโภคเสี่ยงเบาหวาน…สูงแซงกรรมพันธุ์

เบาหวาน ช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มต้นมีการตื่นตัวเรื่องการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวาน แต่ดังนี้ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลสมควรเข้ามามีบทบาทเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเยอะขึ้น ทั้งการให้ข้อมูลเรื่องโรคกับผู้เจ็บป่วย เบาหวาน การรณรงค์สำหรับสร้างความใส่ใจในเรื่องของการคุ้มครองรักษาสุขภาพให้กับประชาชน ส่วนหน่วยงานภาครัฐสมควรเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักการเพื่อลดปริมาณของผู้เจ็บป่วยเบาหวานอย่างเคร่งครัด โดยการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากความอ้วนพร้อมทั้งเบาหวาน เบาหวาน

บ๊ายบาย…เบาหวาน!! อาการ สาเหตุ ความร้ายแรง และการรักษาพยาบาลต่างกัน

เบาหวาน เป็นชนิดที่พบได้น้อย อย่างไรก็ตามมีความรุนแรงและอันตรายสูง โดยมากพบในเด็กและคนอายุต่ำกว่า 25 ปี แม้กระนั้นก็อาจพบข้างในคนเฒ่าได้บ้าง ตับอ่อนของผู้ป่วยชนิดนี้ จะสร้างอินซูลินมิได้เลย หรือได้น้อยมาก เชื่อว่าร่างกายประกอบด้วยการสร้างแอนติบอดีขึ้น ทำลายตับอ่อนของตัวเองจนไม่อาจสร้างอินซูลินได้ ดังที่เรียกว่า โรคภูมิแพ้ต่อตัวเอง หรือว่าออโตอิมมูน ดังนี้เป็นผลมาจากความแปลกทางกรรมพันธุ์ ร่วมกับการติดเชื้อ หรือการได้รับสารพิษจากภายนอก ผู้ป่วยเบาหวาน จำต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลิน เข้าชดเชยข้างในร่างกายแต่ละวัน จึงจะสามารถเผาน้ำตาลได้เป็นประจำมิเช่นนั้นร่างกายจะเผาไขมัน จนทำให้ผ่ายผอมแบบรวดเร็ว เบาหวาน

ฤทธิ์บรรเทาเบาหวานจากใบน้อยหน่า

เบาหวาน ในประเทศอินเดียได้มีการใช้ใบน้อยหน่าอ่อนด้านการรักษาเบาหวาน จึงได้มีการวิจัยโดยใช้สารสกัดใบน้อยหน่าด้วยน้ำไปตรวจสอบในหนูขาวปกติ พร้อมด้วยหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย streptozotocin เห็นว่าสามารถลดน้ำตาลได้ในหนูปกติ พร้อมด้วยหนูที่เป็นเบาหวาน ซึ่งขั้นตอนออกฤทธิ์อาจจะผ่านการเสริมฤทธิ์จากอินซูลิน อาจโดยเร่งเร้าให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น หรือทำเอา insulin จาก bound form เปลี่ยนมาเป็น free form เพิ่มขึ้นจึงเป็นผลให้อินซูลินในเลือดเพิ่มขึ้น ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมทางด้านสารออกฤทธิ์ เบาหวาน

ไม่จำเป็นต้องอ้วนเสมอไป เหตุเพราะความอ้วนเป็นแค่ปัจจัยเสริม 30 % ในการเป็นเบาหวาน

http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99″ บางท่านอาจเข้าใจว่าคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะต้องอ้วนแต่ข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องอ้วนเสมอไป เพราะว่าความอ้วนเป็นแค่ปัจจัยเสริม สามารถเพิ่ม 30 % ภายในการเกิดเบาหวาน ตรงกันข้ามถ้าแม้เป็นปัจจัยเสริมถ้าหากปล่อยให้อ้วนหรือมีไขมันหน้าท้องก็ไม่เหมาะสม เพราะว่าจะประกอบด้วยสารที่ไม่ดีแก่ร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลภายในเลือดสูง ระดับไขมันชนิดที่ไม่ดีสูงขึ้น ทำให้เกิดโรคแทรกได้ง่าย สำหรับคนที่ไม่มีประวัติครอบครัว ก็ควรที่จะสำรวจคัดกรองเบาหวานด้วยโดยเฉพาะคนที่มีวัย 40 ปีขึ้นไปภายในกรณีที่ไม่ได้มีบรรพบุรุษเกิดโรคเบาหวานก็คงมีโอกาสที่จะเริ่มต้นการเป็นโรคเบาหวานที่ตนเองได้เช่นเดียวกัน เพราะว่ายีนตัวนี้ อาจซุกซ่อนอยู่ ปู่ ย่า ตา ยาย อาจไม่เป็นแต่ยังมีซุกซ่อนอยู่เพราะว่าคนในอดีตชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้มีความเสี่ยงเท่ากับปัจจุบันที่มีผลพวงทำให้เป็นโรคเบาหวานได้เร็วขึ้น เมื่อตรวจวัดระดับน้ำตาล (เวลาสำรวจ เจาะเลือดต้องงดอาหาร) ถ้ามากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม โดยสำรวจ 2ครั้ง ต่างวันกันก็วินิจฉัยได้ว่าเป็นเบาหวาน โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ แต่ในผู้ที่มีอาการแล้ว คือ อ่อนล้า ปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำบ่อย น้ำหนักลด โดยเฉพาะถ้ามีประวัติเบาหวานภายในครอบครัวสามารถเจาะเลือดได้ในขณะมาตรวจคือ ถ้ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม ก็กล่าวได้ว่าเป็นเบาหวาน http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99″

เพราะอะไรผู้ป่วยเบาหวานค่อนข้างถึงแก่ชีวิตจากโรคหัวใจ

http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99 ผู้เจ็บป่วยเบาหวานมีทางเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบภายในอายุที่น้อยกว่าพร้อมทั้งรุนแรงกว่า เนื่องจากระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นทำให้ผนังเส้นเลือดแดง ทั้งรายการเกิดความผิดปกติพร้อมทั้งเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านี้ผู้เจ็บป่วยเบาหวาน โดยมากมีโรคอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น โรคไขมันภายในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นต้น โรคเหล่านี้จะเร่งให้โครงสร้างพร้อมทั้งสภาพของเส้นเลือดเกิดความแปลกประหลาดมากขึ้นพร้อมทั้งเร็วขึ้น เส้นเลือดหัวใจจึงเกิดการอักเสบ ทำให้คราบไขมันที่เกาะตามผนังเส้นเลือดมีการแตกออก ซึ่งจะทำให้เกิดลิ่มเลือดมาอุดตันเส้นเลือดหัวใจอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคเส้นเลือดหัวใจตีบจึงเป็นมูลเหตุการถึงแก่กรรม